Dinstar Session Border Controller
อุปกรณ์ควบคุมขอบเขตการสื่อสารด้วยเสียง ดินสตาร์ (Dinstar Session Border Controller)
Dinstar Session Border Controller คืออุปกรณ์ที่วางไว้ที่ขอบของระบบโทรศัพท์ไอพี เพื่อ ปกป้องระบบจากการโจมตี ซ่อนโครงสร้างภายใน และแปลงรูปแบบสัญญาณเสียงระหว่างระบบที่คุยกันไม่รู้เรื่อง มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นเล็กที่รองรับ 50 สายพร้อมกันและ 1,000 การลงทะเบียน ไปจนถึงรุ่นสูงสุดที่รองรับ 5,000 สายพร้อมกันและ 20,000 การลงทะเบียน พร้อมไฟร์วอลล์สำหรับงานเสียงในตัว ระบบป้องกันการโจมตีแบบท่วมคำขอ และการจัดทำบัญชีอนุญาต โดยทุกรุ่นเป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์
- ไล่ระดับได้ตั้งแต่ 50 สายพร้อมกันไปจนถึง 5,000 สายพร้อมกัน และรองรับการลงทะเบียนตั้งแต่ 1,000 รายไปจนถึง 20,000 ราย
- มี ไฟร์วอลล์สำหรับงานเสียงในตัว พร้อมระบบป้องกันการโจมตีแบบท่วมคำขอ การตรวจจับการกวาดหาเลขหมาย และบัญชีอนุญาตและบัญชีปฏิเสธ
- รุ่นสูงสุดมี การทำงานคู่แบบหลักและสำรอง แหล่งจ่ายไฟถอดเปลี่ยนขณะทำงานสองชุด และการรวมพอร์ตเครือข่าย พร้อมแยกพอร์ตสำหรับบริหารจัดการออกจากพอร์ตใช้งาน
เลือก Dinstar Session Border Controller วันนี้ เพื่อเปิดให้พนักงานและสาขาใช้ระบบโทรศัพท์จากภายนอกได้อย่างปลอดภัย พร้อมราคาและบริการที่คุ้มค่า เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Dinstar Session Border Controller
เพราะระบบโทรศัพท์ที่เปิดออกอินเทอร์เน็ตโดยตรงถูกโจมตีเร็วมาก:
- Toll Fraud Is the Real Risk: ตู้สาขาที่เปิดพอร์ตออกอินเทอร์เน็ตโดยตรงจะถูกกวาดหาและทดลองเดารหัสผ่านภายในเวลาไม่นาน หากผู้โจมตีเข้าได้ จะใช้ระบบโทรออกต่างประเทศจนเกิดค่าโทรจำนวนมากซึ่งองค์กรต้องรับผิดชอบ อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่รับแรงกระทบแทนตู้สาขา จำกัดอัตราคำขอ ตรวจจับการกวาดหา และอนุญาตเฉพาะต้นทางที่กำหนดไว้
- Hide What Is Inside: อีกหน้าที่คือการซ่อนโครงสร้างภายใน ทำให้ฝั่งภายนอกเห็นเพียงอุปกรณ์นี้เป็นคู่สนทนา ไม่เห็นหมายเลขไอพีและรุ่นของตู้สาขาที่อยู่ข้างใน จึงลดข้อมูลที่ผู้โจมตีใช้วางแผนได้ และยังช่วยแก้ปัญหาการแปลงที่อยู่เครือข่าย ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาการโทรติดแต่ไม่ได้ยินเสียง
เป็นสองค่าที่ต้องดูแยกกัน และค่าที่สองมักหมดก่อน:
- Transcoding Costs More: จำนวนสายพร้อมกันคือจำนวนบทสนทนาที่อุปกรณ์ส่งผ่านได้ ซึ่งใช้ทรัพยากรไม่มากหากทั้งสองฝั่งใช้รูปแบบเสียงเดียวกัน แต่หากฝั่งหนึ่งใช้รูปแบบเสียงที่อีกฝั่งไม่รองรับ อุปกรณ์ต้องแปลงรูปแบบให้ ซึ่งใช้ทรัพยากรสูงกว่ามาก เพดานการแปลงสัญญาณจึงต่ำกว่าเพดานจำนวนสายพร้อมกันอย่างชัดเจน การออกแบบที่ดีคือพยายามให้ทั้งสองฝั่งใช้รูปแบบเสียงเดียวกันเพื่อไม่ต้องแปลง แล้วเผื่อเพดานการแปลงไว้เฉพาะกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
มีอีกสองค่าที่กำหนดว่าระบบจะรับได้จริงหรือไม่:
- Registrations and Rate: นอกจากจำนวนสายพร้อมกัน ต้องดูจำนวนการลงทะเบียนสูงสุดซึ่งคือจำนวนเครื่องที่ค้างอยู่ในระบบได้ และต้องดูอัตราการลงทะเบียนต่อวินาทีที่รองรับด้วย ค่าหลังสำคัญมากในช่วงที่ระบบเพิ่งกลับมาหลังไฟดับหรือเครือข่ายขัดข้อง เพราะเครื่องทุกเครื่องจะพยายามลงทะเบียนใหม่พร้อมกัน หากอัตราไม่พอ ระบบจะใช้เวลาหลายสิบนาทีจึงกลับมาใช้งานได้ครบ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญคำนวณทั้งสามค่าจากจำนวนเครื่องจริงก่อนเลือกรุ่น