Fortinet Switch
สวิตช์ที่บริหารจัดการจากไฟร์วอลล์ ฟอร์ติเน็ต (Fortinet Switch)
Fortinet Switch หรือ FortiSwitch คือสวิตช์เครือข่ายที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับไฟร์วอลล์ FortiGate เป็นชุดเดียวกัน จุดต่างที่สำคัญคือ FortiLink ซึ่งทำให้สวิตช์กลายเป็นส่วนขยายของ FortiGate ผู้ดูแลระบบจึงตั้งค่า VLAN, PoE, การรวมลิงก์ และ Spanning Tree ได้จากหน้าจอของไฟร์วอลล์เครื่องเดียว ไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าสวิตช์ทีละตัวหรือเรียนรู้ชุดคำสั่งแยกอีกชุดหนึ่ง เหมาะกับองค์กรที่ใช้ FortiGate อยู่แล้วและต้องการลดจำนวนระบบที่ทีมไอทีต้องดูแล
- บริหารจัดการผ่าน FortiLink จากหน้าจอ FortiGate ทั้งการตั้งค่า VLAN การเปิดปิดไฟ PoE รายพอร์ต การรวมลิงก์ และการดูสถานะพอร์ต โดยไม่ต้องล็อกอินเข้าสวิตช์แต่ละตัว
- เป็นส่วนหนึ่งของ Security Fabric จึงบังคับใช้นโยบายกับผู้ใช้และอุปกรณ์ได้ตั้งแต่พอร์ตที่เสียบ รองรับการยืนยันตัวตนแบบ 802.1X และ MAC Authentication Bypass, การกำหนด VLAN แบบไดนามิก, VLAN สำหรับผู้มาเยือน และ DHCP Snooping
- มีให้เลือก ตั้งแต่ซีรีส์ 100 ระดับเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นระดับรวมสัญญาณ ตั้งแต่ 8 ถึง 48 พอร์ต Gigabit รองรับ PoE และ PoE+ โดยรุ่นระดับสูงมีอัปลิงก์ 10GE SFP+ และ 40GE QSFP+ รวมถึงรุ่น Rugged สำหรับงานอุตสาหกรรม
เลือก Fortinet Switch วันนี้ เพื่อรวมการดูแลเครือข่ายและความปลอดภัยไว้ในระบบเดียวกับไฟร์วอลล์ที่ใช้อยู่ พร้อมราคาและบริการที่คุ้มค่า เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Fortinet Switch
ความต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวฮาร์ดแวร์ แต่อยู่ที่วิธีบริหารจัดการ:
- Managed from the Firewall: สวิตช์ทั่วไปเป็นอุปกรณ์แยกที่ต้องตั้งค่าเองทีละตัว ส่วน FortiSwitch ที่เชื่อมผ่าน FortiLink จะถูกมองเป็นส่วนขยายของ FortiGate ทำให้นโยบายความปลอดภัยที่ตั้งไว้บนไฟร์วอลล์มีผลถึงระดับพอร์ตที่เสียบสาย ซึ่งช่วยลดช่องว่างระหว่างนโยบายบนไฟร์วอลล์กับการตั้งค่าจริงบนสวิตช์
- Fewer Systems to Learn: เมื่อทุกอย่างอยู่บนหน้าจอเดียว ทีมที่ดูแล FortiGate อยู่แล้วไม่ต้องเรียนชุดคำสั่งใหม่ ข้อแลกเปลี่ยนคือจุดคุ้มค่าของแนวทางนี้จะเกิดเต็มที่เมื่อใช้คู่กับ FortiGate หากองค์กรใช้ไฟร์วอลล์แบรนด์อื่นอยู่ ควรประเมินข้อดีข้อนี้ใหม่
ใช้ได้ แต่ควรเข้าใจว่าได้ประโยชน์ไม่เท่ากัน:
- Standalone Mode: FortiSwitch ทำงานแบบเดี่ยวได้ โดยตั้งค่าผ่านหน้าเว็บหรือคำสั่งของตัวสวิตช์เอง ใช้ฟีเจอร์พื้นฐานอย่าง VLAN, การรวมลิงก์, Spanning Tree และ PoE ได้ครบเหมือนสวิตช์จัดการทั่วไป จึงซื้อไปใช้ก่อนแล้วค่อยเชื่อมเข้า FortiGate ในภายหลังได้
- Plan the End State: หากแผนระยะยาวคือเปลี่ยนไปใช้ FortiGate การเลือก FortiSwitch ตั้งแต่ต้นจะทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนสวิตช์ซ้ำ แต่หากไม่มีแผนนั้น ควรเทียบราคาและฟีเจอร์กับสวิตช์จัดการแบรนด์อื่นตรงๆ เพราะจุดขายหลักเรื่องการจัดการรวมศูนย์จะยังไม่ถูกใช้งาน
แบ่งตามตำแหน่งที่ติดตั้งในเครือข่ายจะเลือกได้ง่ายที่สุด:
- Access Layer: ซีรีส์ระดับเริ่มต้นและระดับกลางเหมาะกับตู้สื่อสารประจำชั้นที่ต่อคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ IP แอคเซสพอยต์ และกล้อง โดยเลือกรุ่นที่มี PoE หรือ PoE+ ให้ตรงกับอุปกรณ์ที่ต้องจ่ายไฟ และตรวจงบไฟ PoE รวมของตัวเครื่องเทียบกับกำลังไฟที่อุปกรณ์ทุกตัวต้องใช้พร้อมกัน
- Aggregation Layer: ซีรีส์ระดับสูงทำหน้าที่รวมสัญญาณจากสวิตช์ชั้นล่างและเชื่อมไปยังแกนกลางหรือไฟร์วอลล์ จุดที่ต้องดูคืออัปลิงก์ความเร็วสูงระดับ 10GE SFP+ หรือ 40GE QSFP+ และความสามารถในการทำคู่สำรอง ส่วนไซต์โรงงานหรือพื้นที่ที่อุณหภูมิและฝุ่นสูงควรเลือกรุ่น Rugged ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมนั้น
โดยแบ่งสินค้า Fortinet Switch ออกเป็นหมวดหมู่ดังนี้
- Fortinet FortiSwitch 100 Entry Switch Series
- Fortinet FortiSwitch 200 Mid-Range Switch Series
- Fortinet FortiSwitch 400 Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch 600 Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch 1000 Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch 2000 Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch 3000 Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch T1000 Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch AX3660S Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch AX2340S Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch AX2630S Premium Switch Series
- Fortinet FortiSwitch Rugged 400 Premium Switch Series